มาสร้าง PSB กันเถอะ

สิ่งที่ดูเหมือนจะง่ายเกิน แต่ก็ช่วยโลกใบนี้ได้ระดับหนึ่งทีเดียวครับ

โพสต์เมื่อ July 31, 2018 ใน ภาคราชการ.

สนง.ปศุสัตว์อำเภอเทิง
21 ผู้ติดตาม 344 เปิดอ่าน   
มาสร้าง PSB กันเถอะ

 

หน้าที่หลักของ PSB

  1. เป็นแหล่งรวมแร่ธาตุต่างๆ ที่มีประโยชน์ เช่น กรดอะมิโน ,กรดนิวเคลียริค, สารประกอบทาง และ โพลีแซคคาไรด์
    2. ทำให้พืชโตเร็วขึ้น โดยใช้กระบวนการเพิ่มแร่ธาตุในดิน เช่น ไมคอริซ่า ( Mycorrhiza ) , อาซโซ่โตแบคเตอร์ ( Azotobacter )
    3. เป็นตัวทำกระบวนการรีไซเคิลให้กับ คาร์บอน , ไนโตรเจน , และสารประกอบจำพวกซัลเฟอร์
    4. เพิ่มผลผลิตให้กับพืช
    5. ป้องกันมลพิษทางอากาศ และช่วยกำจัดแร่ธาตุที่มีอันตราย ต่อสิ่งแวดล้อม
    6. ช่วยลดแก๊สกลิ่นเหม็น มูลสัตว์ในคอกสัตว์
    7. ช่วยกำจัดของเสียและพิษ เช่น ไฮโดรเจนซันไฟด์, เมอร์แคปตัน , คลอไรด์, ไดอะมายด์    
  2. จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสีม่วง(purple photosynthetic bacteria) สำหรับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสีม่วงที่นำมาใช้ในทางด้านการเกษตร และสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่จะอยู่ ในกลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสีม่วงกลุ่มไม่สะสมกำมะถัน ซึ่งพบได้ทั่วไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติใน ชั้นน้ำที่มีแสงสว่างส่องถึงมีสารอินทรีย์ และพบการรวมตัวกันเป็นกลุ่มในแหล่งน้ำที่ไม่มีออกซิเจนมี แสงเล็กน้อย ในแหล่งน้ำจืดที่มีซัลไฟด์อยู่จะพบน้อยมาก แต่บางชนิดก็อาศัยอยู่ได้ในที่ที่มีปริมาณ ซัลไฟด์อยู่สูง นอกจากนี้ ยังพบได้ในพื้นดิน สระน้ำ คลอง หรือแหล่งน้ำที่สกปรก เช่น บ่อบำบัดน้ำ เสีย ซึ่งมีปริมาณสารอินทรีย์สูง จึงเป็นแหล่งที่จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงกลุ่มดังกล่าวเจริญได้ดี 
    ความมหัศจรรย์ของแบคทีเรียชนิดนี้ อยู่ตรงกระบวนการที่อยู่ในเซลล์ เมื่ออยู่ในสภาวะที่มี แสงก็เกิดกระบวนการที่ใช้แสง ถ้าสิ่งแวดล้อมไม่มีแสงก็เปลี่ยนมาใช้อีกกระบวนการที่ไม่ใช้แสงทำให้มี ชีวิตอยู่ได้ เพราะฉะนั้นเราก็ใช้ประโยชน์จากการกระบวนการดำรงชีวิตตรงนี้ ในแง่ของการเลี้ยง การบำบัดน้ำเสีย เอามาใช้ในการบำบัดดินโดยไม่ต้องเอามาพักในบ่อซึ่งเป็นระบบบำบัด
  3. ส่วนการใช้ประโยชน์จากสายพันธุ์แบคทีเรียที่ทราบแน่ชัดนั้น ที่ประเทศญี่ปุ่นได้ใช้กับการ เกษตร ซึ่งพิสูจน์แน่ชัดว่าใช้ได้ผลจริง โดยใช้เพิ่มผลผลิตข้าวที่เพิ่มถึง 3 เท่า และทำให้เมล็ดข้าวใหญ่ ขึ้น 2 เท่า ทั้งนี้ เพราะแบคทีเรียช่วยปรับสภาพดินให้เหมาะกับการดูดซึมสารอาหารของรากข้าวโดย ย่อยสลายสารเคมีบางตัวที่ต่อต้านการเจริญเติบโตของรากข้าว ซึ่งใช้แบคทีเรียในรูปส่วนผสมของปุ๋ย อินทรีย์ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงยังใช้เป็นอาหารเสริมให้กับสัตว์เนื่องจากแบคทีเรียมีโปรตีนที่จำเป็น ต่อสัตว์ อีกทั้งแบคทีเรียบางสายพันธุ์ยังผลิตสารแคโรทีนอยด์ (carotenoid) ซึ่งมีสีแดงออกส้มเมื่อ ผสมอาหารให้ไก่กินจะช่วยเพิ่มสีให้ไข่แดงของไก่ สารดังกล่าวได้จากธรรมชาติจึงมีความปลอดภัยกว่า สารสังเคราะห์

    มีรายงานว่า ดินในบริเวณรากข้าวในระยะข้าวตั้งท้อง จะมีสภาวะแบบไม่มี ออกซิเจนทำให้แบคทีเรียที่ในกลุ่มแอนแอโรบิคแบคทีเรียเจริญได้ดี สร้างก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์(H2S) ขึ้นมา ทำให้มีผลไปยับยั้งกระบวนการสร้างเมตาโบลิซึมของรากข้าวซึ่งเป็นพิษต่อราก แต่เมื่อน้ำ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมาใส่ลงในดินในระยะเวลาดังกล่าว จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง จะเปลี่ยน ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ให้อยู่ในรูปสารประกอบซัลเฟอร์ ที่ไม่เป็นพิษต่อราก จึงมีผลให้รากของต้นข้าว เจริญงอกงามมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและลักษณะของต้นข้าวก็มีความแข็งแรง ซึ่งมีผลให้ผลผลิตของ ข้าวมากขึ้น ตามไปด้วย
  4. ประโยชน์ต่อ การเกษตร

    วงการเกษตร ใช้ในนาข้าว,พืชไร่,ไม้ผล,ไม้ประดับ ฯลฯ

     1.ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยหลักลงถึง 50 % ในกรณีใช้ต่อเนื่อง

     2.ลดก๊าชไข่เน่าในดิน ช่วยให้รากพืชขยายได้ดีและกินปุ๋ยได้ดีขึ้น เพิ่มผลผลิตมากขึ้นไม่ต่ำกว่า 30 %

     3.เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะการใช้เพิ่มผลผลิตข้าวได้มากถึงไร่ละ 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะดินในบริเวณราก ข้าวจะเกิดแก๊สไข่เน่า(ไฮโดรเจนซัลไฟด์) ซึ่งไปยับยั้งการดูดซึมของรากข้าว แต่ SUN SMILE จะไปเปลี่ยนแก๊ส ไข่เน่าให้ไปอยู่ในรูปสารประกอบซัลเฟอร์ที่ไม่เป็นพิษต่อรากท าให้รากข้าวเจริญงอกงามสามารถดูดซึมอาหารให้ ต้นข้าวแข็งแรงและขจัดสารพิษในนา

     4.ส่วนในพืชอื่นๆก็เช่นกันช่วยทำให้รากของพืชแข็งแรงสามารถหาอาหารได้เก่งสามารถดูดซึมสารอาหารได้มากขึ้น จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ยังมีโปรตีนสูงและวิตามินแร่ธาตุมากมาย เป็นประโยชน์กับพืชอย่างมากเพิ่มคุณภาพผลผลิต

     5.พืชมีความแข็งแรงต้านทานโรคและแมลงต่างๆได้ดีและ ช่วยเพิ่มแร่ธาตุในดิน เช่น ไมคอริซ่า,อาโซโตแบคเตอร์ ฯลฯ

  5. การใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ในดิน

    การใช้พ่นในดิน

    จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง  200 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร

    พ่นบนใบ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 100 ซีซี +ใช้น้ำ 20 ลิตร / พื้นที่ 1ไร่

      การใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ในการทำปุ๋ย

     ผสม จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 1 ลิตร ต่อปุ๋ยหมัก 1ตัน 

    1.ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช
    2.ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก่อโรค
    3.ย่อยสลายของเสีย ขจัดกลิ่นเหม็น
    4.ช่วยเพิ่มแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อพืช

    * ทำให้ปุ๋ยดีขึ้นโดยเพิ่มไนโตรเจน ช่วยในการย่อยสลายอินทรีย์สาร และการละลายปุ๋ยเคมีที่สะสมอยู่ในดินในดิน ป้องกันไม่ให้ดินเป็นกรด 
    * ทำให้การเก็บเกี่ยวทำได้มากขึ้น โดยทำให้พืชโตเร็วขึ้นถึงแม้ว่าจะมีแสงอาทิตย์น้อย
    * ทำให้รากพืชโตเร็ว โดยเพิ่มโปรตีน , แร่ธาตุและกรดต่างๆ ที่จำเป็นต่อพืช
    * ป้องกันไม่ให้ แบคทีเรียก่อโรคพืชจำพวกบาซิลลัสเกิดขึ้น  ช่วยทำให้พืชโตถึงแม้ว่าจะมีแสงแดดน้อย ช่วยต้านทานโรค
    * ทำให้พืชและผลไม้มีสีสวย โตเร็วและสามารถเก็บเกี่ยวได้เยอะขึ้น ทำให้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวยาวขึ้นช่วยป้องกันไม่ให้รากเน่า
    * ช่วยลดการใช้ปุ๋ย เนื่องจากจุลินทรีย์ที่ตายแล้วอุดมไปด้วย โปรตีนและกรดอะมิโนต่างๆที่พืชต้องการ

  6. วงการสัตว์น้ำและปศุสัตว์

    เป็นสารอาหารเสริมในสัตว์ แข็งแรง ปลอดโรค โตไว มีคุณภาพเพิ่มผลผลิต  ควบคุมน้ำเสียในบ่อสัตว์น้ำ ลดปัญหาโรคต่างๆในน้ำ อัตรารอดสูงและเพิ่มปริมาณผลผลิตมากขึ้น  กำจัดกลิ่นเหม็นในฟาร์มทำให้สัตว์เลี้ยงแข็งแรงต้านทานโรคดี ผลผลิตสูง

     นำไปผสมเป็นอาหารเสริมเพราะเซลล์ของจุลินทรีย์นี้ประกอบด้วยโปรตีนสูงถึง ร้อย ละ 60-65 มีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วนและยังมีวิตามินแร่ธาตุ เช่น วิตามิน บี 1 กรดฟอลิค (B9) วิตามิน ดี วิตามิน บี 2 วิตามิน บี12 วิตามิน อี วิตามิน บี 3 วิตามิน ซี วัตถุสีแดง(CAROTENOID) และให้สารโคแฟคเตอร์ เช่น ยูนิควิโนน โคเอนไซม์ Q ออกซิน ไซโตไคนิน ซีเอติน กรดบิวทีริกและกรดอะซิติก

       1.ช่วยลดแก๊สและของเสีย หรือสิ่งปฏิกูลในเล้าสัตว์ ช่วยทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้น โดยช่วยกำจัดของเสียและกลิ่นเหม็นจากของเสียของสัตว์ ทำให้สัตว์มีชีวิตชีวา ไม่ต้องหายใจเอาแก๊สเสียเข้าร่างกาย และช่วยทำให้สัตว์ไม่เครียดโดยลจำนวนแมลงที่รบกวนสัตว์
       2.ทำให้น้ำหนักเพิ่ม ทำให้สัตว์โตเร็วขึ้น โดยเพิ่มสารอาหารแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสัตว์ ทำให้คุณภาพของเนื้อและสีของเนื้อดี ทำให้รสชาติของเนื้อสัตว์ดีขึ้น
       3.ช่วยป้องกันให้สัตว์มีความทนทานต่อแบคทีเรีย เชื้อโรคต่างๆที่ไม่ดีมากขึ้น ช่วยลดแบคทีเรีย ที่อวัยวะภายในของสัตว์

  7. อัตราการใช้

    ผสมในน้ำ ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง1 ลิตร ต่อน้ำ 1,000 ลิตร

        การใช้ในคอกปศุสัตว์           หมู เป็ด ไก่ วัว ฯลฯ

    + ใช้ผสมน้ำ อัตราส่วน ใช้ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 1ลิตร ผสมลงในแท็งก์น้ำให้สัตว์กิน ทุกๆ 2 วัน 

    +ผสมอาหาร ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 1 ลิตร ต่ออาหาร 5 กิโลกรัม

    +ฉีดพ่นในคอก ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 1 ลิตร ต่อน้ำ 100 ลิตร ทุกๆ 1 เดือน

    ช่วยเพิ่มอัตราการออกไข่ ทำให้สีของไข่แดงสวยตามธรรมชาติ ช่วยเพิ่ม ใยอาหารและวิตามินในไข่แดงและช่วยเพิ่มวิตามิน อี เร่งโต เร่งเนื้อแดง ลดการตายของสัตว์

    การเลี้ยงสัตว์น้ำ (ปลา,กุ้ง,ฯลฯ)

    1. โปรตีนในจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ช่วยเพิ่มให้คุณภาพของเนื้อสัตว์น้ำ ดีขึ้น โดยเพิ่มสารอาหารเข้าไปทำให้ร่างกายของสัตว์น้ำ มีความสมดุล
      2.ทำให้สัตว์น้ำ มีสีตามธรรมชาติและทำให้แข็งแรง ทำให้มีอาหารของสัตว์น้ำ เพิ่มขึ้นโดยการเพิ่มแพลงตอนในน้ำมากกว่าเดิม 70 เท่าและสามารถใช้เป็นอาหารของตัวอ่อนหรือไข่ปลาได้
       3.เพิ่มอัตราการเก็บเกี่ยวและการรอดตายของสัตว์น้ำ ช่วยป้องกันโรคที่เกิดมาจากแบคทีเรีย จำพวก บาซิลลัส (Bacillus )และ ไมล์ดิว(mildew)
    2. ช่วยย่อยขี้สัตว์น้ำ เลน ได้ดี ทำให้น้ำมีความสะอาดลดแก๊สเสียในน้ำทำให้อัตราการอยู่รอดของสัตว์น้ำสูงขึ้น

      วิธีใช้ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

    +ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 10 ลิตร ต่อบ่อขนาด 1 ไร่ (เทลงหน้ากังหันตีน้ำทุกๆ7วัน)

    +สาดลงบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ใช้ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 10 ลิตร ต่อบ่อขนาด 1 ไร่ หรือ ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง  1 ลิตร ต่อน้ำ 500 ลิตร (ใช้สาดเทหรือฉีดพ่นหลังทำการจับสัตว์น้ำและพักบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ)

    ผสมลงน้ำในการเพาะเลี้ยงและอนุบาลสัตว์น้ำ

     บ่อสัตว์น้ำขนาดใหญ่ ใช้ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 1ลิตร ต่อน้ำ 1,000 ลิตร ติดต่อกัน 5 วัน ต่อไปใส่ทุกๆ 7 วัน/ครั้ง

  8. ด้านการบำบัดน้ำเสีย

       น้ำเสียในครัวเรือน ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 1 ลิตร ต่อน้ำเสีย 1,000 ลิตร -    บ่อหลุมส้วม(แก้ส้วมกลิ่นเหม็นแรงและแก้ส้วมเต็ม)   ใช่จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 1 ลิตร เทลงไปราดน้ำตาม ทุกๆ 1 เดือน

  9. วิธีการขยายจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

    วัสดุอุปกรณ์

    1.ไข่ไก่หรือไข่เป็ด จะใหม่ หรือเก่าก็ได้ ไข่เน่ายิ่งขยายได้ไวมาก

    2.ผงชูรส(ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

    3.ขวดน้ำสะอาด(ล้างและตากแห้งให้สนิท ห้ามมีไอน้ำเกาะที่ก้นขวด)ไม่เปื้อนน้ำมัน

    4.อุปกรณ์ตวง ถ้วย ช้อนสำหรับตีไข่

    5.น้ำสะอาด จากเครื่องกรองน้ำดื่มหรือ น้ำที่มีฉลากขายทั่วไป (ห้ามนำน้ำจากโอ่ง บ่อ หรือเก็บไว้นานเพราะอาจมีตะใคร่น้ำหรือสาหร่าย)

    อัตราส่วน

    1.ไข่ไก่ 30 ซี.ซี. หรือ 3 ช้อนโต๊ะ

    2.ผงชูรส 1 ช้อนโต๊ะ

    3.ต้นเชื้อ 1 ลิตร

    4.น้ำสะอาด 5 ลิตร

    ขั้นตอนวิธีการขยาย

    1.นำน้ำสะอาดใส่ขวดไม่ต้องเยอะ จากนั้นตีไข่ให้ละเอียด ตักไข่ใส่ 3 ช้อนโต๊ะ ผงชูรส 1 ช้อนโต๊ะ ปิดฝาขวดเขย่าให้เข้ากัน

    2.ใส่ต้นเชื้อ 1 ลิตร แล้วเติมน้ำเกือบเต็มขวด เหลือพื้นที่ให้มีอากาศห่างจากปลายขวดประมาณ 1 นิ้ว เขย่าขวดเบาๆให้เชื้อกระจายทั่วขวด

    3.นำไปตากแดดรำไร ไม่จำเป็นต้องโดนแดดทั้งวันหรือจะทั้งวันก็ได้ ประมาณ 5-7 วันสีจะเข้มสามารถนำไปใช้งานได้ แต่ถ้าจะเก็บเป็นเชื้อต้นเพื่อขยายต่อ ต้องตากแดดอย่างน้อย 15 วันขึ้นไป หรือเก็บไว้ 1เดือนแล้วเติมอาหารรอจนสีเข้มมากๆแล้วจึงนำไปขยายต่อ

    ข้อสังเกต

    1.หากขยายแล้วสีไม่แดง สีจางลงเรื่อยๆให้เติมเปลือกไข่หรือผงชูรส 2 เท่าจากเดิม แล้วสังเกตหากสีเข้มขึ้นให้เติมอาหารตามสูตร

    2.การเติมอาหารเชื้ออายุครบ 1 เดือน ควรผสมไข่รวมกับผงชูรส ใส่น้ำลงไปนิดหน่อยจากนั้นใช้ไซริงค์ดูดน้ำไปเติม

    3.การขยายต่อต้องใส่ใจในรายละเอียด น้ำ อาหาร ต้องคอยสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ

  10. งานวิจัยพบ ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น 3 เท่า **

    งานวิจัยจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่ประเทศญี่ปุ่น ที่ได้ใช้กับการเกษตร ซึ่งพิสูจน์แน่ชัดว่าใช้ได้ผลจริง โดยใช้เพิ่มผลผลิตข้าวที่เพิ่มถึง 3 เท่า และทำให้เมล็ดข้าวใหญ่ขึ้น 2 เท่า ทั้งนี เพราะแบคทีเรียช่วยปรับสภาพดินให้เหมาะกับการดูดซึมสารอาหารของรากข้าวโดยย่อยสลายสารเคมีบางตัวที่ต่อต้านการเจริญเติบโตของรากข้าว ซึ่งใช้แบคทีเรียในรูปส่วนผสมของปุ๋ยอินทรีย์ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงยังใช้เป็นอาหารเสริมให้กับสัตว์เนื่องจากแบคทีเรียมีโปรตีนที่จำเป็นต่อสัตว์อีกทั้งแบคทีเรียบางสายพันธุ์ยังผลิตสารแคโรทีนอยด์ (carotenoid) ซึ่งมีสีแดงออกส้มเมื่อผสมอาหารให้ไก่กินจะช่วยเพิ่มสีให้ไข่แดงของไก่ และยังช่วยให้ผลผลิตพืชที่มีสีแดง เช่น มะเขือเทศ พริก มีผผิวสีที่แดงขึ้นกว่าเดิมด้วย สารดังกล่าวได้จากธรรมชาติจึงมีความปลอดภัยกว่าสารสังเคราะห์ทางเคมี

    ** การใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง **

    - การใช้เซลล์ที่มีชีวิต ขจัดสารอันตราย เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟต์ กรดไขมันโมเลกุลต่ำ

    - การใช้ส่วนของเซลที่ตายแล้ว ได้แก่ กรดอะมิโน กรดนิวคลีอิก วิตามิน และสารสีต่างๆ เช่น แคโรตินอยด์ คลอโรฟิลด์ ในจุลินทรีย์ซึ่งช่วยเพิ่มคุณภาพและรสชาติ

    ** คุณสมบัติที่ดีของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงทางด้านเกษตร **

    *ใช้แช่เมล็ดพืช ก่อนปลูก 1-2 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น ช่วยให้รากพืชงอกเร็วและแข็งแรง ลดการติดเชื้อกำจัดเชื้อราหรือแบคทีเรียก่อโรคที่เมล็ดพืช ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นปลูกสามารถควบคุมไม่ให้เกิดโรครากเน่าโคนเน่าได้ *การ ใช้ผสมกับปุ๋ย โดยฉีดพ่นไปที่กองปุ๋ย ช่วยทำให้ปุ๋ยมีอายุยาวนาน ช่วยลดแก๊สที่เป็นอันตราย ช่วยลดกลิ่นเหม็น ช่วยป้องกันไม่ให้แบคทีเรียที่ไม่ดีหรือก่อโรค เจริญเติบโต *ใช้กับพืช ผัก โดยการฉีดพ่น หรือรดราด โคนต้น และรากพืช ทุก 7-15 วัน ช่วยทำให้สีผลไม้สวยงาม ช่วยให้รสชาติดี หวาน กรอบ อร่อย ช่วยเพิ่มน้ำหนักผลไม้ ช่วยป้องกันโรคและแมลง ช่วยป้องกันการร่วงหล่นทิ้งลูกทิ้งผลก่อนเก็บเกี่ยว(ขั้วเหนียว)

  11. จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง หรือ PSB (Photosynthesis Bacteria) หรือในอีกชื่อหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ใช้เรียกตามสิ่งที่มันทำคือ “จุลินทรีย์ลดซัลเฟอร์” (Sulfur-reducing bacteria--SRB)เป็นจุลินทรีย์ที่อยู่ในกลุ่มของจุลินทรีย์สีม่วง (purple sulfur bacteria) มักจะพบบ่อยในบริเวณน้ำพุร้อน หรือในบ่อปิดที่น้ำไม่มีการเคลื่อนไหว ในทะเลสาปหรือในแหล่งที่มีก๊าซซัลเฟอร์อยู่เยอะ เช่น ในบ่อน้ำพุร้อน นอกจากนี้ยังพบตามแหล่งน้ำเสีย บ่อบำบัดน้ำเสีย อีกด้วย


    บทบาทของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง มีความสำคัญในกระบวนการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้(CO2 - assimilation) และการตรึงไนไตรเจน (nitrogen fixation) นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหารซึ่งสัตว์ขนาดเล็ก ปลา กุ้ง หอย และปูสามารถนำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมาใช้เป็นอาหารได้นอกจากนี้ ในน้ำเสียจากบ้านเรือนและน้ำเสียจากการทำปศุสัตว์สามารถบำบัดด้วยจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Kobayashi, 2000)

    (ข้อมูลจาก http://www.applyorganic.com/image/files/0002.pdf)


    Purple sulfur bacteria

    Scientific classification

    Kingdom:Bacteria

    Phylum:Proteobacteria

    Class:Gammaproteobacteria

    Order:ChromatialesFamilies

    Chromatiaceae Ectothiorhodospiraceae Granulosicoccaceae Halothiobacillaceae

    (ข้อมูลจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Purple_sulfur_bacteria)


    เนื่องจาก PSB ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มพืช จึงไม่ได้ใช้น้ำเป็นส่วนประกอบในการสร้างอาหารและมันก็ไม่ได้ผลิตอ๊อกซิเจนด้วยแต่ในทางกลับกัน PSB กลับใช้ซัลเฟอร์เป็น reducing agent ของไฮโดเจนซัลฟาย(Hydrogen sulfide—H2S) (ก๊าซไข่เน่า) ในการดำรงชีวิตและขยายพันธุ์


    เอาล่ะ มาเรื่องง่ายๆ กันบ้าง ....เดินออกจากห้องเรียนเคมีกัน..

    PSB ที่ใช้ๆ กันอยู่ส่วนใหญ่จะไม่ได้ทำการคัดเชื้อนะครับอ้าว.. แล้วมันมีหลายเชื้อหรือไง คำตอบคือ ใช่แล้วครับทั้งหมดนี้อยุ่ในกลุ่มแบคทีเรียเหมือนกัน แต่ก็แยกย่อยออกไปได้อีกหลายสายพันธุ์ในหลายสายพันธุ์นี้ ส่วนใหญ่ที่ใช้ๆ กันจะมีอยู่ 5 สายพันธุ์ คือ

    - SS3

    - SS4

    - FS3

    - SH5

    - ES16


    (คำถาม...อ้าวมีตั้งหลายสายพันธุ์แล้วอันไหนเจ๋งสุดล่ะ)


    (ตอบ) ในจำนวน 5 สายพันธุ์ที่กล่าวมานี้สายพันธุ์ SS3 (Rhodobacter capsulatus) มีการเติบโตดีที่สุด และสามารถผลิตสารเริ่งความเจริญเติบโตของพืชได้สูงถึง2 มิลลิโมลต่อลิตรหรือมากกว่า ถ้าสูตรการเพาะเลี้ยงนั้นถูกต้องหรือถูกใจเค้าจะทำให้การขยายพันธุ์โดยการแบ่งเซลแบบเท่าตัว (Binary Fission) ได้เร็วมากและได้จำนวนมหาศาล


    สารเร่งการขยายพันธุ์ที่PSB สร้างขึ้นเพื่อการขยายพันธุ์ของพวกมันจะถูกขับออกมานอกผนังเซลล์และทำให้พืชเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงและรวดเร็ว เช่นการฉีดพ่นไปที่พืชที่กำลังติดดอก จะทำให้ก้านดอกเหนียว ไม่ร่วงหล่นง่าย ใบเขียวเข้มมีความทนทานต่อโรคสูง


    SS3 ช่วยให้การเติบโตของพืชมีประสิทธิภาพใบสีเขียวเข้มสามารถสังเคราะห์แสงได้ดีช่วยให้พืชสร้างรากที่มีความสามารถในการดูดซึมธาตุอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้ดี จะเห็นได้ว่า PSB มีประโยชน์ต่อพืชตั้งแต่เกิดจนตายเลย ^^


    มีการวิจัยมากมายที่มีภาพเปรียบเทียบกันระหว่างการใช้และไม่ใช้PSB ที่ทำให้เห็นการเจริญเติบโตที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

ป้ายกำกับ: New Agriculture,