ศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริ ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง จ.สกลนคร

ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

โพสต์เมื่อ August 26, 2018 ใน การศึกษาระดับอุดมศึกษา.

Pankwang
4 ผู้ติดตาม 95 เปิดอ่าน   
ศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริ ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง จ.สกลนคร

ศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริ ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

จังหวัดสกลนคร ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

 

 เสนอ

พระใบฏีกาสุพจน์ ตปสีโล

 

จัดทำโดย

นายนฤพนธ์ พันธ์กว้าง

รหัสนักศึกษา 5807202013

คณะครุศาสตร์ เอกการสอนภาษาอังกฤษ

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี

 

 

ความเป็นมา

     ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก่อกำเนิดจากการที่ได้รับพระราชดำริ เมื่อวัน 11 ธันวาคม พ.ศ. 2525 ที่พระราชประสงค์ที่จะให้เป็นศูนย์กลางในการศึกษา ทดลอง ที่เหมาะสมกับพื้นที่ภาคเหนือ และเผยแพร่แก่ราษฎรให้สามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วยตัวเองต่อไป โดยทำการศึกษาพัฒนาป่าไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง คือ ใช้สอย ไม้ผล ไม้เชื้อเพลิง ซึ่งจะอำนวยประโยชน์ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ตลอดจนคงความชุ่มชื้นเอาไว้เป็นประโยชน์อย่างที่ 4 และ พื้นที่ต้นน้ำลำธารให้ได้ผลอย่างสมบูรณ์เป็นหลัก โดยต้นทางเป็นการศึกษาสภาพพื้นที่ป่าไม้ต้นน้ำลำธารและ ปลายทางเป็นการศึกษาด้านการประมงตามอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ผสมกับการศึกษาด้านการเกษตรกรรม ด้านปศุสัตว์และโคนม และด้านเกษตรอุตสาหกรรม เพื่อให้เป็นศูนย์ที่สมบูรณ์แบบ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อราษฎรที่จะเข้ามาศึกษากิจกรรมต่าง ๆ ในศูนย์ฯ แล้วนำไปใช้ปฏิบ้ติอย่างได้ผลต่อไป ดังมีพระราชดำริว่า "ให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทำหน้าที่เสมือน "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต" หรืออีกนัย หนึ่งเป็น "สรุปผลการพัฒนา" ที่ประชาชนจะเข้าไปเรียนรู้และนำไปปฏิบัติได้"

     อุทยานแห่งชาติภูพาน มีเนื้อที่ประมาณ 415,439 ไร่ หรือ 664.70 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอพรรณานิคม อำเภอเมือง อำเภอกุดบาก อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร และอำเภอสมเด็จ อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 7 ของประเทศ ในอดีตพื้นที่ป่าของอุทยานฯ ภูพานเคยเป็นสมรภูมิรบในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังเป็นแหล่งสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้สำหรับต่อต้านทหารกองทัพญี่ปุนด้วย

จุดชมวิวพระธาตุภูเพ็ก อุทยานแห่งชาติภูพาน

จุดชมวิวพระธาตุภูเพ็ก อุทยานแห่งชาติภูพาน
ภาพโดย Visanu Euarchukiati จาก flickr.com/photos/visanu

     อุทยานฯ ภูพานตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาภูพาน มีลักษณะเป็นภูเขาหินทราย มีความสูงอยู่ระหว่าง 200-567 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประกอบไปด้วยภูนางงอย ภูมะแงว ภูน้อย ภูเพ็ก โดยมีภูเขียวซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นจุดที่สูงที่สุดในเขตอุทยานฯ มีความสูงถึง 567 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารสำคัญและห้วยต่างๆ ทั้งห้วยเลา ห้วยอีโคก ห้วยยาง ห้วยเวียงไพร ห้วยขี้นก ห้วยโคก ห้วยวังถ้ำ ห้วยผึ้ง ห้วยอีดอน น้ำลูนตอนบน ห้วยทราย และห้วยนาจาน ซึ่งจะไหลลงสู่แม่น้ำสำคัญๆ ทั้งหมด 4 สาย ทั้งแม่น้ำลูน แม่น้ำพุง ลำน้ำยัง และหนองหาร

ทางเดินไปยังถ้ำเสรีไทย อุทยานแห่งชาติภูพาน

ทางเดินไปยังถ้ำเสรีไทย อุทยานแห่งชาติภูพาน
ภาพโดย Visanu Euarchukiati จาก flickr.com/photos/visanu

     ภายในพื้นที่อุทยานฯ ภูพาน ยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ไม่น้อย กว่า 162 ชนิดเลย ทั้งช้างป่า กวางป่า เก้ง หมูป่า ค่างแว่นถิ่นเหนือ หมีหมา ชะมดแผงสันหางดำ ลิงกัง อ้นเล็ก นากใหญ่ขนเรียบ กระจ้อน ค้างคาวขอบหูขาว นกชนิดต่างๆ รวมถึงสัตว์เลื้อยคลาน และปลาน้ำจืดหลายชนิดด้วย

โค้งปิ้งงู สกลนคร

โค้งปิ้งงู สกลนคร
ภาพจาก thaisakon.info

     บริเวณที่ทำการอุทยานฯ ภูพาน ถูกตกแต่งให้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเท่านั้น ที่นี่มีเพียงบ้านพัก ลานกางเต็นท์ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และค่ายพักแรมเยาวชนเท่านั้น โดยมีสถานที่เที่ยวเด่นเพียงแห่งเดียวคือ ผานางเมิน ลักษณะเป็นผาหินทอดตัวยาวประมาณ 50 เมตร สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 300 เมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดของอุทยานฯ ภูพาน

น้ำตกคำหอม อุทยานแห่งชาติภูพาน

น้ำตกคำหอม อุทยานแห่งชาติภูพาน
ภาพโดย Visanu Euarchukiati จาก flickr.com/photos/visanu

     สถานที่เที่ยวเด่นของอุทยานฯ ภูพานส่วนใหญ่จะอยู่ริมถนนสายอำเภอภูพานมุ่งหน้าไปยังตัวเมืองจังหวัดสกลนคร คุณสามารถสอบถามข้อมูลจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อนได้ ระหว่างทางมีน้ำตกปรีชาสุขสันต์ สายน้ำที่ไหลเอื่อยผ่านลานหินยาวประมาณ 15 เมตรนั้นสวยงาม ไม่ไกลจากกันจะพบ น้ำตกคำหอม เป็นน้ำตกที่มีสภาพป่าแวดล้อมสมบูรณ์มาก ทั้งสองน้ำตกเที่ยวได้เฉพาะฤดูฝนเท่านั้น ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ไปประมาณ 5 กิโลเมตร จะถึงถ้ำเสรีไทย เป็นแหล่งสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ของขบวนการเสรีไทย

ถ้ำเสรีไทย อุทยานแห่งชาติภูพาน

ถ้ำเสรีไทย อุทยานแห่งชาติภูพาน
ภาพโดย Visanu Euarchukiati จาก flickr.com/photos/visanu

     ขับรถมาเรื่อยๆ จะผ่านถนนที่สวยที่สุดเส้นหนึ่งของประเทศไทย ด้วยความคดเคี้ยวสวยงามของถนนจึงถูกตั้งชื่อว่า โค้งปิ้งงู มีการตกแต่งสวนไม้ดอกไม้ประดับและมีหลักกิโลเมตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยให้ชมด้วย บนถนนโค้งปิ้งงู ยังมีพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ สามารถขับรถเข้าไปชมความงามได้ ขับรถไกลอีกหน่อยในพื้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ภูพาน หน่วยเวียนไพร ที่ภพ. 9 มี สะพานหินธรรมชาติ ลักษณะคล้ายซุ้มประตูสวยงาม น่ามหัศจรรย์มากให้แวะชม

พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์

พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ภาพโดย Visanu Euarchukiati จาก flickr.com/photos/visanu

     ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 59 กิโลเมตร ยังมีพระธาตุภูเพ็ก ตั้งอยู่บนยอดเขาภูเพ็กตามบันไดขึ้นไปประมาณ 491 ขั้น ลักษณะเป็นปราสาทหินทรายสมัยขอมบายน แต่ยังสร้างไม่เสร็จ จุดเด่นอยู่ที่ด้านหลังของพระธาตุภูเพ็ก ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามไม่แพ้ผานางเมินเลย

พระธาตุภูเพ็ก

พระธาตุภูเพ็ก

กิจกรรมโครงการ

ด้านการพัฒนาที่ดิน

     ในสภาพป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ในหน้าแล้งมีการผลัดใบ ซึ่งทางวิชาการเรียกว่า "การคืน ธาตุอาหารให้แก่พื้นดิน" จากการศึกษาพบว่าในเดือนกุมภาพันธ์ มีใบไม้มากที่สุด ประมาณ 600-700 กก. ต่อไร่ต่อปี ถ้าใบไม้เหล่านี้ไม่ถูกไฟไหม้ก็จะผุสลายเป็นหน้าดินเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่พื้นที่ป่า ซึ่งพบว่า ธาตุอาหารในดินมีเพิ่มขึ้นจากปี 2526 มีธาตุอาหารในดินไม่เกิน 1 เปอร์เซ็นต์ (ของน้ำหนักดิน) จากการ พัฒนา ปัจจุบันพบธาตุอาหารเพิ่มเป็น 3-4 เปอร์เซ็นต์ (ของน้ำหนักดิน) ผลจาการร่วงหล่น ทับถมผุสลาย ของใบไม้ทำให้ดินมีหน้าดินเพิ่มขึ้น สามารถเพิ่มธาตุอาหารในดิน สามารถใช้พื้นที่ทำประโยชน์ด้านการ เกษตรกรรมได้

 

ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ

     สภาพแหล่งน้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำก่อนปี 2526 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่อง มาจากพระราชดำริ ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในเขตลุ่มน้ำห้วยฮ่องไคร้ ซึ่งลำห้วยห้วยฮ่องไคร ้ เป็นลำน้ำสาขาฝั่งขวาของลุ่มน้ำแม่กวง มีต้นกำเนิดจากแนวสันเขาสูงทาง ทิศตะวันออกเขตตำบลป่าเมี่ยงของอำเภอดอยสะเก็ดไหลลงมาทางทิศใต้ผ่านบ้านปางเรียบเรือ บ้านตลาดขี้เหล็ก บ้านแม่ฮ่องไคร้ ไหลบรรจบกับลำห้วยแม่โป่ง ที่บ้านท่ามะกุ่ม แล้วไหลผ่านบ้านป่าไผ่ บ้านแม่โป่ง และ บ้านแม่ฮ้อยเงิน ไปบรรจบกับน้ำแม่จ้องที่บ้านแม่จ้องเหนือในเขตอำเภอดอยสะเก็ด แล้วไหลไปทาง ทิศตะวันตก ผ่านบ้านแม่ก๊ะใต้ บ้านแม่คือ บ้านแม่ท้องป่อง บรรจบกับน้ำแม่ปูคา ที่บ้านแม่ปูคาเหนือในเขต อำเภอสันกำแพง แล้วไหลผ่านอำเภอสันกำแพงไปลงลำน้ำกวง ไหลลงสู่แม่น้ำปิงในเขตอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ลำห้วยฮ่องไคร้ช่วงไหลผ่านบ้านปางเรียบเรือ ซึ่งเป็นจุดที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ห้วยฮ่องไคร้ 7 (ปางเรียบเรือ) มีความยาวลำน้ำประมาณ 6.50 กม. พื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ 13.60 ตร.กม. หรือประมาณ 8,500 ไร่ ลำห้วยมีขนาดกว้างประมาณ 4.00 ม. ท้องลำน้ำมีตะกอนทราย

 

ด้านการพัฒนาป่าไม้

     ชนิดของป่าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น จากเดิมมีสภาพเป็นป่าเต็งรังที่เสื่อมโทรม ปัจจุบันฟื้นฟูสภาพ และพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ คือ สภาพแวดล้อมของบรรยากาศ มีความชุ่มชื้น คุณภาพของป่าเปียกหรือ Wet fire Break เดิม (ปี 2526) เกิดไฟป่าในพื้นที่ศูนย์ฯ สร้างความเสียหายประมาณ 200 ไร่/ปี เมื่อระบบ การกระจายความชื้นเริ่มเข้าผืนป่าปัจจุบันในระยะ 10 ปี หลังการพัฒนาไม่ปรากฎว่ามีไฟไหม้ป่า เกิดขึ้น ในพื้นที่ศูนย์ฯ มีความหลากหลายของพืชพรรณอาหารธรรมชาติที่ชุมชนได้ใช้ประโยชน์เพื่อการพึ่งพา และเป็นรายได้เสริมในครัวเรือน ชุมชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ทั้งนี้การที่จะรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีมี คุณค่าต้องมีการปลูกสร้างจิตสำนึกในการทำหน้าที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ในพื้นที่ต้นน้ำ ด้วยความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ เพื่อเป็นแนวทางให้ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการทรัพยากรและสภาพแวดล้อมท้องถิ่นตอบสนองแนวพระราชดำริ

ด้านการเกษตรกรรม

     กิจกรรมพืชสวน ได้แก่ลำอีดอ แห้ว ส้มโอ มังคุด เงาะ ทุเรียนเทศ สัปรด เป็นต้น

     กิจกรรมพืชไร่ ได้แก่ การปลูกพืชไร่แบบยั่งยืนโดยใช้ระบบหมุนเวียน การใช้หญ้าแฝกป้องกันการซะล้างพังทลายของดิน กิจกรรมเพาะเห็ด ได้แก่ เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดลิ้นจือ เห็ดหอม เห็ดขอนขาว เห็ดบด เป็นต้น กิจกรรมหม่อนไหม ได้แก่ การเลี้ยงไหม 2 สายพันธ์ คือไหมพันธ์นางตุย และพันธ์อีรี่ กิจกรรมยางพารา ได้แก่ ยางพาราพันธ์ RRIM 600 ยางพาราพันธุ์ GT1 และยางพาราพันธุ์ PR255 กิจกรรมศึกษาและพัฒนาระบบเกษตรแบบผสมผสาน ได้แก่ การเลี้ยงกบบ่อซีเมนต์ มะเขือหยกภูพาน การเลี่ยงหมูดำ ฟักข้าว และกวางรูซ่า

 

การอบรม

มีหลักสูตรฝึกอบรมรวมทั้งหมด 32 หลักสูตร แยกเป็น

     หลักสูตรหลัก จำนวน 23 หลักสูตร ดังนี้
1.ฝายต้นน้ำลำธารเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาที่ยั่งยืน
2.ฝายต้นน้ำลำธารเพื่อการฟื้นฟูนิเวศลุ่มน้ำโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน
3.การปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 ประการตามแนวพระราชดำริ
4. การเพาะเห็ดเศรษฐกิจ
5. การปลูกผักปลอดสารพิษ
6. การปลูกและขยายพันธุ์ไม้ผล
7. การเลี้ยงสุกร
8. การเลี้ยงไก่
9. การเลี้ยงโคเนื้อ
10. การพัฒนาการเลี้ยงโคนม
11. การเลี้ยงกระต่าย
12. การเลี้ยงแพะนม
13. การเลี้ยงปลาเพื่อการยังชีพ
14. การเพาะเลี้ยงกบและการขยายพันธุ์กบ
15. การพัฒนาศักยภาพการเพาะเลี้ยงกบ
16. การทำปุ๋ยหมักและปุ๋ยอินทรีย์น้ำ
17. การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำ
18. การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน
19. เกษตรผสมผสานในรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียง
20. การจัดระบบเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ลุ่มน้ำอย่างยั่งยืน
21. แนวป้องกันไฟป่าเปียกตามแนวพระราชดำริ
22. รูปแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ลุ่มน้ำ
23. การพัฒนาศักยภาพปราชญ์ชุมชนและแหล่งเรียนรู้

     หลักสูตรเสริม จำนวน 9 หลักสูตร ดังนี้
1. หลักสูตรการอบรมและการจัดทำบัญชีตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2. หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น
3. หลักสูตรการแปรรูปและการถนอมอาหาร
4. หลักสูตรการพัฒนาอาชีพนอกภาคการเกษตร
5. หลักสูตรอาสาสมัครรวมใจต้านภัยหมอกควันและไฟป่า
6. หลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์
7.หลักสูตรการซ่อมแซมและบำรุงรักษาเบื้องต้นสำหรับเครื่องกลการเกษตรขนาดเล็ก
8.หลักสูตรการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพของเกษตรกรตัวอย่าง
9.หลักสูตรการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าวหอมมะลิ

ขอบคุณคณะอาจารย์และเพื่อนนิสิตทุกท่านครับ